ค่าโสหุ้ย คืออะไรใครรู้บ้าง ??
การคิดต้นทุนแบบเข้าใจง่าย ๆ สไตล์TigaZa
การลงทุนทำธุรกิจใด ๆ ล้วนต้องมีต้นทุนด้วยกันทั้งสิ้น ยิ่งคนที่ค้าขายหรือทำธุรกิจด้วยแล้ว การคิดต้นทุน กำไร ก็นับว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญสุด ๆ เพราะถ้าหากว่าเราคิดต้นทุนไม่เป็นหรือคำนวนต้นทุนผิด สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราอย่างแน่นอนเลยก็คือเราจะคิดราคาขายทั้งหมดผิด
พอเราคิดต้นทุนผิด สิ่งที่เราจะได้รับผลนั้นแน่ ๆ
ก็คือการขาดทุนนั่นเองค่ะ
คิดคำนวนต้นทุนผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะคะ
และการคิดคำนวนต้นทุนของเราผิด นั้นก็เป็นสาเหตุหลักใหญ่ ๆ ที่ทำให้ธุรกิจของใครต่อใครอาจจะต้องขาดทุนตั้งแต่เริ่มต้นกันทีเดียวค่ะ
การคิดต้นทุนได้ คิดต้นทุนเป็น จะทำให้การค้าขายของเราอยู่รอด แล้วปลอดภัยในธุรกิจของเราอย่างแน่นอนค่ะ
....
อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ เป็นเรื่องจริงที่สุด และไม่อยากให้ทุกท่านประมาทหรือพลาดในการคิดต้นทุนเลยแม้แต่นิดเดียว
การทำธุรกิจก็คือการทำธุรกิจค่ะ ....
อย่าเพียงคิดแค่ว่าเราทำขนมเป็น ทำอาหารเป็น แล้วธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ของเราจะไปรอด เพราะถ้าคิดคำนวนต้นทุนไม่เป็น บอกเลยว่างานนี้พลาดอย่างแรงส์เลยเจ้าค่ะ
วันนี้ TigaZa มาแนะนำวิธีคิดต้นทุน แบบเข้าใจง๊าย ง่ายมาฝาก FC ทุกคนค่ะ
ทุก ๆ ท่าน ค่อย ๆ คิดภาพตาม TigaZa ไปพร้อม ๆ กันได้เลยนะคะ 😊😉
วันนี้TigaZa ขอเขียนเฉพาะการคิดต้นทุนการทำขนมและอาหารนะคะ
ว่าแล้วก็ตามTigaZa มาเลยคร่าาา ... 😁
เริ่มต้นจากสิ่งนี้ก่อนเลยค่ะ
หลักการพื้นฐานแบบง่าย ๆ ที่เราต้องคิดเอาไว้
สิ่งแรกเลยเมื่อเราคิดที่จะทำขนม หรือ ทำอาหารขาย หรือจะทำการค้าขายอะไรก็ตาม
นอกจากที่เราจำเป็นจะต้องมีสูตรขนมที่ดีที่สุด และสูตรอาหารที่ดีที่สุดแล้ว เรายังจะต้องมีการคิดราคาต้นทุนของเราให้เป็นด้วยนะคะ
เพราะการคิดต้นทุน มันมีความสำคัญและจำเป็นต่อการทำธุรกิจของเราเป็นอย่างยิ่งค่ะ
หลักการและวิธีคิดต้นทุนเบื้องต้น ที่ทุกคนควรคิดเอาไว้เสมอคือ ....
เราต้องมีการคิดค่าโสหุ้ย บวกเข้าไปในการคิดต้นทุนของเราด้วยเสมอค่ะ ....
แล้วค่าโสหุ้ย คืออะไรล่ะ ? หลายท่านอาจมีข้อสงสัยเล็กน้อยในหัว ... ???
ค่าโสหุ้ย นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายหรือสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ที่บางคนรู้แต่ไม่ค่อยนำมาคิดรวมเป็นต้นทุนของตัวเองเท่าไหร่นัก
และก็มีบางคน ที่อาจจะไม่เข้าใจหรืออาจจะไม่รู้ เรื่องความสำคัญของค่าโสหุ้ยก็มีจริง ๆ นะคะ
TigaZa จึงอยากให้นักลงทุนมือใหม่ ได้ทำความรู้จักและทำความเข้าใจค่าโสหุ้ย กันแบบคิดปุ๊บ มองเห็นภาพปั้บอะไรแนว ๆ นี้เลยค่ะ
ค่าโสหุ้ย เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่จะเป็นตัวชี้อนาคตของเราในการทำขนมหรือทำอาหารขายเลยทีเดียวค่ะ ว่ากันว่า ค่าโสหุ้ยสามารถที่จะพาเราจะเดินทางไปถึงจุดมุ่งหมายของคำว่า ...
กำไร หรือ ขาดทุน ได้มากที่สุดเลยนะคะ
มือใหม่ไม่ควรมองข้ามความสำคัญของการคิดค่าโสหุ้ยนะคะ
ร่ายมายาวล่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ
ก่อนอื่น TigaZa ขอนำทุกท่านมาทำความรู้จัก ค่าโสหุ้ย กันก่อนนะคะ
อะไรบ้างนร้า ที่เราคิดว่าเป็นค่าโสหุ้ย ...
สิ่งแรกเลยที่คิดเป็นค่าโสหุ้ย ...
นั้นคือค่าของความเปลี่ยนแปลง หรือที่คนส่วนใหญ่จะเรียกกันง่าย ๆ ว่าค่าผันแปรของราคาสินค้าในอนาคต ราคาสินค้าหลาย ๆ อย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลไกของตลาด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันนี้เราซื้อสับปะรดมาในราคาลูกละ 15 บาท เป็นราคาที่เราเคยซื้อมาตลอด แต่ต่อมาอีก 1 อาทิตย์ หรืออีก 1 เดือน เราซื้อสับปะรดในราคาลูกละ 40 บาท ตรงส่วนนี้มันคือค่าความเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในอนาคตที่เราไม่สามารถกำหนดได้
ราคาซื้อ-ขายของสับปะรด อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาด
แต่... เราก็ไม่สามารถขึ้นราคาขนมหรืออาหารของเราได้ตามราคาวัตถุดิบที่มีการขึ้นลงตามท้องตลาดได้เลยทันทีนะคะ
ไม่ว่าเราจะซื้อสับปะรดมาถูกหรือแพง หรือแม้แต่ซื้อตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงของเราได้ทุกครั้ง เราก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนราคาขนมหรืออาหาร ให้ขึ้นลงได้ตามราคาในท้องตลาดค่ะ
เพราะถ้าหากว่าเรามีการปรับเปลี่ยนราคาขนมหรืออาหารของเราบ่อย ๆ ราคาขนมและอาหารที่เราตั้งไว้ไม่นิ่ง จะมีผลกับความรู้สึกของลูกค้าของเราทุกครั้งเสมอค่ะ
ดังนั้น เราจึงต้องบวกค่าของความเปลี่ยนแปลงในอนาคตเข้าไปเป็นต้นทุนของเราตั้งแต่เริ่มต้นการตั้งราคาขายของเราเลยค่ะ
แล้วที่สำคัญเจ้าค่าโสหุ้ยเนี่ย เราจะต้องนับรวมไปถึงค่าน้ำ ค่าไฟที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นราคาในอนาคตด้วยนะคะ
ข้อนี้เรา ห้ามลืมโดยเด็ดขาด !!
ลำดับที่ 2. ค่าแรงของเรา ...
เรื่องค่าแรงของเรา ข้อนี้สำคัญมาก ๆ เลยนะคะ หลาย ๆ คน มักจะลืมคิดค่าแรง ค่าเหนื่อย ของตัวเองอยู่บ่อย ๆ
ทั้ง ๆ ที่ค่าแรงก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมดของเราด้วยเช่นกัน
ค่าแรงของเรา มีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องรวมไว้เป็นต้นทุนการทำขนมทุกครั้งเสมอค่ะ
เราต้องแยกให้ออกระหว่างค่าแรงของเรากับกำไร
เพราะค่าแรง คือการทำงานของตัวเราเอง คือค่าตอบแทบความเหนื่อยของตัวเรา
เมื่อเราทำงาน เราก็ต้องได้ค่าแรงที่คุ้มค่าด้วยเสมอนะคะ ห้ามลืมโดยเด็ดขาด...!!
และขอให้ระลึกเอาไว้เสมอ ว่าเจ้าค่าแรงเนี่ย เป็นคนละส่วนกับกำไร นะ
ทั้ง 2 ส่วนไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด อย่านำมาคิดรวมกันเด็ดขาดเลยค่ะ
ไม่งั้นจะเสียเวลาและเหนื่อยฟรี ค่ะ
ลำดับที่ 3. ค่าต้นทุนที่นับไม่ได้ ...
ต้นทุนที่เราไม่สามารถนับได้ อย่างเช่น ในการไปซื้อของมาทำขนมหรือทำอาหารในแต่ละครั้ง เรามีต้นทุนที่นับไม่ได้ ทั้งค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ ค่าเสียเวลา ค่าจิปาถะ และอื่น ๆ
เวลาที่เราทำขนม ทำอาหาร เราต้องใช้ไฟฟ้า ทั้ง เปิดแอร์ เปิดพัดลม เปิดเตา เปิดแก๊ส เปิดน้ำ เราใช้น้ำยาล้างจาน เราใช้น้ำล้างอุปกรณ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เป็นต้นทุนที่นับไม่ได้นั้นเองค่ะ
ลำดับที่ 4. ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ ...
อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราใช้ เมื่อเราใช้ไปนาน ๆ มันก็มีความสึกหรอ มีชำรุด มีเสีย มีต้องซ่อม มีต้องซื้อใหม่ กันทุกคน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการใช้งานของอุปกรณ์ค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องคิดค่าเสื่อมของอุปกรณ์ไว้เป็นต้นทุนในการดำเนินงานของเราด้วยเสมอค่ะ
ลำดับที่ 5. ทุนสำรองเพื่อเอาไว้ต่อยอดของการทำธุรกิจต่อ...
เมื่อเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะลงทุนทำขนมหรือทำอาหารขายแบบจริงจังแล้ว
เราอาจอยากซื้ออุปกรณ์ในการทำขนม หรือเครื่องช่วยในการทำอาหารของเราให้ดีขึ้น มีคุณภาพที่ดีขึ้น มีขนาดใหญ่ขึ้น หรืออาจอยากจะซื้ออุปกรณ์ และสิ่งของจำเป็นในการทำขนมหรือทำอาหารเพิ่มมากขึ้น
เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีทุนสำรองในการต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุนด้วยเสมอค่ะ
ทั้งหมดที่ TigaZa เขียนรายละเอียดขึ้นมาก็เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจ และมองเห็นภาพใหญ่ และภาพแห่งความชัดเจนหลัก ๆ รวมถึงมองเห็นภาพรวม ๆ ของค่าโสหุ้ยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของการลงทุนทำธุรกิจ
คนลงทุนควรจะบวกค่าโสหุ้ยอย่างน้อย 100 % เป็นอย่างน้อย และบวกทุกครั้งในการลงทุนนะคะ
มีหลาย ๆ ท่านเหมือนกันนะคะ ที่อาจคิดและบวกค่าโสหุ้ยไว้ถึง 200-300 % เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่เราอาจคิดไม่ถึง ซึ่งการคิดแบบนี้ก็ไม่มีผิด ไม่มีถูก ในการคิดค่าโสหุ้ยเลยค่ะ
TigaZa ขอแนะนำให้ทุกท่านที่คิดจะลงทุน ให้คิดค่าโสหุ้ยขั้นต่ำอย่างน้อย 100 % เป็นจุดเริ่มต้นในวิธีคิด อย่าคิดต่ำกว่านี้
จริง ๆ ค่าโสหุ้ยทุกคนคิดได้มากกว่า 100% ได้เลยนะคะ เพราะถ้าเราคิดค่าโสหุ้ยต่ำกว่านี้ ระยะยาวมันมีผลต่อผลประกอบการของเราอย่างแน่นอนค่ะ
ขอย้ำเตือนสติอีกครั้งนะคะ ถ้าเราคิดค่าโสหุ้ยน้อยไปกว่า 100 % นี้ เราอาจมีสิทธิ์ขาดทุนได้ค่ะ
การคิดต้นทุนการผลิตคือการคิด
ค่าต้นทุนวัตถุดิบ + ค่าโสหุ้ย
= ราคาขายขั้นต่ำที่เราจะไม่ขาดทุนค่ะ
** แต่อย่าลืมว่าเรายังไม่ได้บวก กำไร นะคะ **
TigaZa ขอยกตัวอย่างของการทำขนมขายแบบง่าย ๆ เช่น บราวนี่ 1 สูตร
สมมุติว่าเรามีต้นทุนวัตถุดิบ 200 บาท + ค่าโสหุ้ย(ต่ำสุด) 100%
200+100%= 400 บาท
บราวนี่ 1 สูตรทำได้ 25 ชิ้นเอา 400÷25
= ต้นทุนตกชิ้นละ 16 บาท
ราคาต้นทุน ที่ยังไม่ได้บวกกำไรเลยนะคะ
นั่นหมายความว่า ถ้าเราขายบราวนี่ชิ้นละ 10 บาท เราจะขาดทุนทันที ชิ้นละ 6 บาท เพราะต้นทุนของเราอยู่ที่ 10 บาท
แต่ถ้าเราขาย 25 บาท เราก็จะได้กำไรชิ้นละ 9 บาทค่ะ
ถ้าทุกท่านฝึกการคิดต้นทุนตามนี้บ่อย ๆ รับรองว่า ทำขนมขายครั้งไหน ๆ ก็ไม่มีคำว่าขาดทุน และไม่เหนื่อยฟรี ๆ อย่างแน่นอนจ้า
คำแนะนำทั้งหมดที่TigaZa นำมาฝากในคราวนี้ ไม่ใช่เป็นกฎที่ตายตัวอะไรนะคะ ทุกท่านปรับเปลี่ยนได้เสมอ
นี่เป็นเพียงหลักการคิดและแนวทางที่เราควรฝึก
ของกระบวนการคิดคำนวนต้นทุนแบบง่าย ๆ ที่ปรับได้ตามความเหมาะสมของผู้ลงทุนจริง ๆ
และถ้าจะให้ดีที่สุด ให้อาศัยฐานข้อมูลที่เราก็อิงลูกค้าของเราเป็นหลักสำคัญเพิ่มเติมด้วยก็จะทำให้เราไม่พลาดในการทำธุรกิจค่ะ
หวังว่าเมื่อทุกท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคงเข้าใจเรื่องการคิดต้นทุนสำหรับกิจการของตัวเองได้บ้างนะคะ
ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ 💛💛
TigaZa
i'm Nannisa
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆจ้า
ตอบลบขอบคุณมากจร้าได้ความรู้ใหม่ ๆ
ตอบลบขอบคุณมากครับ
ตอบลบ