ประโยชน์ของน้ำตาลนั้นสำคัญไม่น้อยต่อร่างกายมนุษย์

น้ำตาลนั้นสำคัญไฉนกับอาหารและขนมของเรา

วันนี้ TigaZa จะพา Fc. มารู้จักกับน้ำตาลที่เรานิยมใช้ในบ้านเรา เพราะน้ำตาลแต่ละชนิดแต่ละประเภทล้วนมีความแตกต่างกัน 
น้ำตาล เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่ว ๆ ไปตามท้องตลาดเลยค่ะ
และน้ำตาลบางชนิดยังถือว่าเป็นส่วนประกอบจำเป็นของอาหารและขนมด้วยค่ะ เพราะน้ำตาล มีส่วนช่วยเติมเต็มพลังงานให้กับร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือสมอง ล้วนก็ต้องการเชื้อเพลิงมาเพิ่มพลังงานและช่วยทำให้ร่างกาย รู้สึกสดชื่น กระฉับ กระเฉง และตื่นตัวด้วยกันทั้งนั้น 
ดังนั้น เราจึงไม่ควรตัดน้ำตาลออกไปจากมื้ออาหารของเราไปซะทั้งหมดเลยนะคะ เพราะถ้าร่างกายของเราขาดน้ำตาล อาจเกิดโทษกับสุขภาพของเราได้ 
ทางที่ดี เราควรรู้จักบริโภคน้ำตาลอย่างเหมาะสมและทำความเข้าใจในประโยชน์ที่แท้จริงของน้ำตาลให้ดีเสียก่อน ที่จะกลัวน้ำตาลมากเกินกว่าเหตุ และเพื่อที่เราจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติหวาน ๆ แสนอร่อยโดยไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราให้รำคาญใจ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประโยชน์ที่มีอยู่ไม่น้อยของน้ำตาลกันก่อนนะคะ

1. น้ำตาลช่วยทำให้ร่างกายตื่นตัว
น้ำตาลช่วยเพิ่มพลังงานให้เราได้อย่างรวดเร็วที่สุดเพราะน้ำตาลเป็นสารชนิดเดียว ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเร็วมาก การเดินทางและการทำงานของกลูโคส ที่ร่างกายเราได้รับจากการกินน้ำตาล จะส่งผลทันที เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าร่างกายไม่มีพลังงาน ไม่มีเรี่ยวแรง การกินน้ำตาลจะเป็นตัวช่วย ที่ทำให้ร่างกายของเราสดชื่น กระปี้กระเปร่า อย่างน่าทึ่งทีเดียวค่ะ

2. น้ำตาลช่วยลดความเครียด
น้ำตาลเป็นสารที่ให้ความหวานและให้พลังงานแก่ร่างกายเราได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ  เมื่อเรารับประทานน้ำตาลเข้าไป จะช่วยทำให้สมองของเรา หลั่งสารแห่งความสุข หรือที่เรามักได้ยินว่า หลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมาทันที เมื่อเรากินน้ำตาลเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยลดความเครียดของเราได้

3. น้ำตาลช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี
น้ำตาลทรายแดง มีคุณสมบัติพิเศษ ที่ทำให้ร้อน 
รสหวานของน้ำตาลทรายแดง มีสรรพคุณบำรุงพลัง แก้ปวด และทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก สำหรับท่านใดที่มีอาการปวดประจำเดือน ปวดเอว หรือ ปวดท้องน้อยบ่อย หรือมีประจำเดือนเป็นลิ่ม ๆ  ให้ดื่มน้ำอุ่น ๆ ที่ผสมกับน้ำตาลทรายแดง จะช่วยทำให้สบายขึ้น เบาขึ้น

4. น้ำตาลช่วยสครับเพิ่มความชุ่มชื่น
น้ำตาลนอกจากจะมีประโยชน์มากมายเหลือคณานับ ในด้านวงการอาหารและขนมแล้ว 
ในวงการความสวย ความงาม ต่างรู้ดีว่า  เพียงแค่นำน้ำตาลไปผสมกับโยเกิร์ต หรือน้ำผึ้ง แล้วเอามาขัดที่ริมฝีปากเบา ๆ จะสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ของริมฝีปากให้ดูอิ่มเอม มีเสน่ห์ ชวนมองแน่นอนเลยค่ะ

5. น้ำตาลใช้ถนอมอาหารได้
การใช้น้ำตาลในการถนอมอาหาร เป็นวิธีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการแช่อิ่ม การเคลือบหรือฉาบ คนสมัยก่อน มักจะนำน้ำตาลมาเป็นส่วนหนึ่งของการถนอมอาหารอยู่เสมอ และน้ำตาลยังเป็นที่นิยมนำมาใช้เพื่อช่วยยืดระยะเวลาในการเก็บอาหารได้นานขึ้น แถมทำให้รสชาติอร่อยด้วยค่ะ
  

รู้จักประโยชน์มากมายจากน้ำตาลแล้ว ก็มาทำความรู้จักน้ำตาลแต่ละชนิดกันเลยดีกว่าค่ะ

1.น้ำตาลทรายขาว (Granulated Sugar)
น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เป็นน้ำตาลยอดนิยมของคนทั่วไปที่มีติดบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือน น้ำตาลทรายขาว จะมีลักษณะเป็นเกล็ดใส สีขาว มีความ ชื้นน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย เป็นน้ำตาลที่นิยมใช้กันถ้วนหน้า ทั้งเมนูอาหารและขนม เพราะหาซื้อได้ง่ายมีขายทั่วไป  น้ำตาลทรายขาวมีความหวานชัดเจน  และที่สำคัญน้ำตาลทรายขาว ก็ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของ เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง รวมไปถึงอุตสาหกรรมยาอีกด้วย เรียกว่าเป็นน้ำตาลที่ใช้ง่ายที่สุดและเป็นน้ำตาลตัวแม่เลยคร่าาา

 
2.น้ำตาลทรายป่น (Caster/Fine Sugar)
ลักษณะของน้ำตาลทรายป่น จะเป็นเกล็ดเล็กกว่าน้ำตาลทรายขาวทั่วไป เหมาะสำหรับการทำขนมได้หลายประเภท เพราะจะละลายได้ดีกว่าน้ำตาลทรายทั่วไป   น้ำตาลทรายป่นทุกคนสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ด้วยการนำน้ำตาลทรายปกติ แล้วนำมาปั่นด้วยเครื่องบดอาหาร ปั่นให่ละเอียด เราก็จะได้น้ำตาลป่นแล้วค่ะ

3.น้ำตาลไอซิ่ง (Icing/Powdered/Confectioner Sugar)
ลักษณะของน้ำตาลไอซิ่ง จะมีความละเอียดคล้ายแป้ง เพราะส่วนผสมของน้ำตาลไอซิ่ง จะมีแป้งข้าวโพด หรือแป้งมันสำปะหลัง  ผสมเข้าไปในกระบวนการผลิตน้ำตาลไอซิ่งด้วย เพื่อช่วยลดการจับตัวเป็นก้อน น้ำตาลไอซิ่ง ละลายน้ำหรือของเหลวได้รวดเร็วมาก เพราะมีลักษณะบางเบา เหมาะสำหรับการทำขนมอบ หรือไว้สำหรับตกแต่งหน้าของขนม

4.น้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar)
ลักษณะของน้ำตาลทรายแดง เป็นน้ำตาลที่ได้จากน้ำอ้อยแบบเดียวกับน้ำตาลทรายธรรมชาติเลยค่ะ รสชาติก็ใกล้เคียงกันกับน้ำตาลอ้อย แต่น้ำตาลทรายแดงจะมีลักษณะเป็นผงละเอียดกว่า ละลายได้ง่ายกว่า ถ้าโดนน้ำหรือของเหลว และยังมีความชื้นสูง จับตัวเป็นก้อนได้ง่าย  น้ำตาลทรายแดงยังมีกลิ่นที่ชัดเจนกว่าน้ำตาลทรายธรรมชาติเพียงเล็กน้อย นิยมนำน้ำตาลทรายแดงมาใช้ในการผลิตน้ำตาลมะพร้าว และนำมาใช้ในการอุตสาหกรรมผลิตซอส ซีอิ๊ว รวมไปถึงผสมในอาหารและขนมหลากหลายชนิด 

5.น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ (Dermerera Sugar)
น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ เป็นน้ำตาลที่ได้จากอ้อย 100% มีลักษณะเม็ด ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ มีสีน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลเข้มตามแต่ละพื้นที่ เนื่องจากไม่ผ่านกระบวนการขัดสี เป็นน้ำตาลอ้อยบริสุทธิ์ มีความชื้นเพียงเล็กน้อย เกล็ดของน้ำตาลจับตัวกันไม่แน่น และมีรสชาติหวานละมุนกว่าน้ำตาลทรายขาว สามารถนำน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ มาปรุงรสชาติได้ทั้งของหวาน ของคาว รวมไปถึงเครื่องดื่มด้วย
น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ หากใช้อบกับขนมอบ ก็จะทำให้ขนมกรอบและหอมกลิ่นคาราเมล หากจะใช้โรยหน้าเค้ก มัฟฟิน จะช่วยให้มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างออกไปจากน้ำตาลชนิดอื่น

6.น้ำตาลกรวด (Crystalline sugar)
เป็นน้ำตาลที่ได้จากการนำน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์มาละลาย โดยผ่านกระบวนการตกผลึกอย่างช้า ๆ ไม่มีการฟอกสี หรืออีกวิธีหนึ่งก็ได้จากน้ำเชื่อมของอ้อย จะมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมกลม ๆ เรียว ๆ คล้ายสารส้ม แต่มีรสหวานกลมกล่อม ไม่หวานโดดเท่าน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ นิยมนำน้ำตาลกรวดมาใช้กับการทำอาหารที่ต้องพิถีพิถัน เช่น การเชื่อมผลไม้ การต้มยาจีน การต้มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว

7.น้ำตาลก้อน (Cube sugar)
น้ำตาลก้อน ลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสีขาว เป็นน้ำตาลที่คนไทยมักไม่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากนัก  น้ำตาลก้อน หรือน้ำตาลปอนด์ เกิดจากการนำน้ำตาลทรายขาวมาอัดให้เป็นก้อนแข็ง ๆ ให้มีขนาดก้อนเท่า ๆ กัน แล้วนำมาอบด้วยความร้อนจากแสงอินฟาเรดเพื่อลดความชื้นในน้ำตาล เป็นน้ำตาลที่มีรสหวานโดดมาก คล้ายกับน้ำตาลทรายขาว นิยมใช้กับเครื่องดื่มประเภทชาร้อน กาแฟร้อน 

8. น้ำตาลโตนด
น้ำตาลโตนด จะมีลักษณะสีออกน้ำตาลอ่อน ๆ เป็นน้ำตาลที่ได้มาจากน้ำหวานของช่อดอกต้นตาล แล้วนำมาเคี่ยวจนมีความงวด แล้วหยอดลงไปในแม่พิมพ์ ให้มีลักษณะเป็นก้อน ๆ เนื้อสัมผัสละเอียด และเมื่อโดนความร้อนก็จะคืนตัวกลับไปเหลวได้ง่าย ๆ 
น้ำตาลโตนดมักนิยมนำมาใช้กับขนมไทยน้ำกะทิ หรืออาหารที่มีกะทิเป็นส่วนผสมหลักค่ะ

9. น้ำตาลมะพร้าว
น้ำตาลมะพร้าว เป็นน้ำตาลสดที่รองมาจากงวงมะพร้าว หรือช่อดอกของต้นมะพร้าว แล้วจึงนำมาเคี่ยวจนเดือด และเทใส่พิมพ์เพื่อให้น้ำตาลจับตัวกันเป็นก้อน น้ำตาลมะพร้าวจะมีลักษณะสีน้ำตาลนวล ๆ ไม่เข้มมาก มีรสชาติที่หวานอ่อนกว่าน้ำตาลทรายขาว จะมีความหวานละมุน ละไม และมีกลิ่นหอมที่เด่นชัด นิยมนำมาทำขนมไทย อาหารไทย ช่วยทำให้รสชาติหอมละมุนกลมกลืนและกลมกล่อมมากขึ้น

10. น้ำผึ้ง (Honey) 
น้ำผึ้ง นับว่าเป็นน้ำตาลที่อยู่ในรูปสารละลายที่มาจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลฟรุกโทสมากกว่ากลูโคส มีความชื้นในน้ำผึ้งอยู่ประมาณ 18–20%  น้ำผึ้งยังสามารถนำมาใช้ทำขนม และผสมในเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิด

11. น้ำเชื่อม (Syrup) 
เป็นน้ำตาลที่อยู่ในลักษณะของเหลวพร้อมใช้งานได้เลย น้ำเชื่อมได้จากการนำน้ำตาลทรายขาวหรือน้ำตาลชนิดต่าง ๆ มาละลายในน้ำ และเคี่ยวจนได้สารละลายน้ำตาลชนิดเข้มข้น ซึ่งจะมีลักษณะเหลว สีของน้ำเชื่อมที่ได้ ก็จะแตกต่างกันตามชนิดของน้ำตาลที่นำมาใช้เคี่ยวทำน้ำเชื่อมเลยค่ะ

ในบางครั้ง อาหารบางเมนูก็ต้องเติมรสหวานเข้าไปบ้าง เพื่อช่วยชูรสอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น หรือช่วยกลบรสชาติของอาหารที่ขมให้น้อยลง  
อย่างไรก็ดี เราก็ต้องรู้จักควบคุมปริมาณน้ำตาลที่เติมให้เหมาะสมด้วย และหันมาลิ้มรสชาติหวาน ๆ ตามธรรมชาติจากอาหารอย่างผลไม้กันให้มากขึ้น ก็จะช่วยให้เรากินน้ำตาลได้อย่างปลอดภัย

ในการทำขนมและอาหารต่าง ๆ น้ำตาลแต่ละชนิดนั้นถือได้ว่าเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญอีก 1 อย่างเลยทีเดียวค่ะ  เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มสำคัญที่สายครัวขาดแทบไม่ได้เลยที่เดียวเชียว

TigaZa เชื่อมั่นว่า ถ้าเพียงแค่เรารู้จักคุณสมบัติ และประโยชน์ของน้ำตาล และรู้จักเลือกใช้น้ำตาลให้ถูกชนิด  ก็จะช่วยทำให้รสชาติของขนมหรืออาหารนั้น ๆ อร่อยขึ้นได้ในพริบตาทีเดียวค่ะ
นอกจากน้ำตาลจะให้ความหวานแล้ว น้ำตาลแต่ละชนิดยังมีบทบาทอื่น ๆ อีกมากมายในการทำเบเกอรี่ และทำอาหารให้อร่อยด้วยค่ะ
ไว้โอกาศหน้า TigaZaจะมาเล่าสู่กันฟังนร้าาา ... 

รักทุ๊กกกกคน 🥰🥰

ผู้เขียน/ผู้รวมรวม
TigaZa
i'm Nannisa

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มนต์เสน่ห์ของแมววิเชียรมาศ ... ที่คุณคาดไม่ถึง

เรื่องน่ารู้ของแป้งสาลี ... ที่คนเบเกอรี่ ควรต้องรู้