พาย เมนูแห่งความอร่อย 😋😋

 

พาย (Pies ) 

ขึ้นชื่อว่า "พาย" รับประกันได้เลยว่า ถ้าใครทำ "พาย" เป็น บอกเลยว่าฝีมือในการทำเบเกอรี่ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนค่ะ  เพราะด้วยขั้นตอนและวิธีการทำ "พาย" ถ้าใจคนทำ ไม่มีใจรักจริง ๆ ในการทำพายแล้วล่ะก้อ... บอกได้เลยว่า จบกันตั้งแต่เริ่มคิดจะลงมือทำพายกันเลยทีเดียวค่ะ  

ผู้เขียนเองขอบอกตรง ๆ แบบไม่อ้อมไม่ค้อมเลยว่า การทำพายเนี่ย มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก ๆ เมนูหนึ่งในสายเบเกอรี่เลยค่ะ 

แต่... อย่างที่ใคร ๆ ก็รู้กันนั้นแหละค่ะ ว่าในความยาก ก็มักจะมีสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างที่รอคอยให้ผู้คนผู้มีความสามารถได้ติดตาม ค้นหา และพิชิตมันที่ปลายทาง 

การทำพายสำเร็จ ก็เลยกลับกลายเป็นมนต์เสน่ห์หลักที่คอยยั่วยวนให้ผู้คนมากมายสายเบเกอรี่ ต่างก็สนใจที่จะทำพายให้เป็นสักครั้งหนึ่ง 😁

.ม

เนี่ยแหละค่ะ เสน่ห์เบา ๆ ของ "พาย" ที่ทำให้ใครต่อใครหลงไหลได้ปลื้มเป็นยิ่งนัก เมื่อผู้ใดตกหลุมพรางเข้ามาในสาย Puff Pastry แล้วจะยิ่งถอนตัวไม่ขึ้นกันเลยทีเดียวค่ะ แล้วยิ่งได้ลิ้มรสชาติของพายที่แท้ทรู ที่เต็มไปด้วยความกรอบ หอมละมุนละไม อบอวลในปาก  บอกเลยว่า ..... 

ว้าวววว !!  นี่แหละคือความอร่อยที่ลงตัวของพาย ที่คุณจะติดอกติดใจ  

แล้วสุดท้ายเหล่าสาวก อย่างเรา ๆ ก็จะตกเป็นทาสของพาย อย่างที่ตัวเราเองก็คาดไม่ถึง .... ฮิ้วววว

แต่ก่อนที่เราจะจินตนาการเรื่องของพายไปไกลกว่านี้เรามาทำความรู้จัก น้องพาย ไปพร้อม ๆ กันก่อนนะคะ

.

พาย Pie  มีด้วยกัน 2 แบบค่ะ คือมีทั้งพายแบบเปิดหน้า และ พายแบบปิดหน้า  ขึ้นอยู่กับว่าสไตล์ของพายแต่ละชนิดเป็นแบบไหน 

.

พายแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็นพายไก่ พายสับปะรด พายไส้กรอก พายเผือก  พายหมูสับ พายเนื้อ พายผลไม้ และทุก ๆ พาย ล้วนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นของตัวเองอย่างชัดเจนทั้งสิ้นเลยค่ะ

.

อืมมมม ... แค่สไตล์ของพาย ก็ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจใช่ไหมค่ะ 😉

อย่ารอช้า เราไปทำความรู้จัก น้องพาย กันต่อเลยดีกว่าค่ะ

.

มารู้จักส่วนผสมหลัก ๆ ในการทำพาย ซึ่งมีส่วนผสมหลักและส่วนผสมรองแยกกันออกไป  

ส่วนผสมหลักประกอบด้วยกัน 3 ชนิด  คือ แป้งสาลี ไขมัน และของเหลวค่ะ 

ในส่วนผสมจะมีของเหลวในปริมาณที่ต่ำและไขมันในปริมาณที่สูง  

.

แล้วนอกจากส่วนผสมหลักในการทำพาย ก็ยังมีส่วนผสมรองได้แก่ ไข่ไก่  กรดอ่อน เกลือ ครีมออฟทาร์ทา น้ำส้ม น้ำมะนาว เป็นส่วนประกอบรองด้วยนะคะ

.

ลักษณะของเปลือกของพายที่ดี จะต้องมีลักษณะกรอบร่วน เป็นชั้น ดังนั้นการผสมเปลือกของพายทุกครั้ง เราจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และจะต้องผสมอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดโครงสร้างของกลูเต็นขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เปลือกพายมีลักษณะแข็ง ไม่กรอบนั้นเองค่ะ เปลือกพายที่ดีจะต้องมีความกรอบร่วนเสมอนะคะ

การจัดชนิดของเปลือกพาย โดยทั่ว ๆ ไป จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ

1. เปลือกพายแบบร่วน ซึ่งก็มีวิธีการทำคือ ใช้แป้งผสมกับเนย จนแป้งเข้ากันดีแล้ว จึงเติมสารละลาย พวกเกลือ น้ำ น้ำตาล แล้วนำมาผสมรวมกับส่วนผสมแป้ง และผสมทั้งหมดให้เข้ากัน 

เปลือกพายร่วน จะต้องใช้น้ำในปริมาณที่น้อย ๆ เท่านั้นค่ะ

2. เปลือกพายที่เป็นแบบเกล็ดยาว เปลือกพายประเภทนี้ เมื่อเราหักชิ้นพายออกจากกัน เราจะเห็นเป็นชั้นของพายในระดับที่แตกต่างกัน และแสดงการแยกชั้น ซึ่งขนานกันกับผิวหน้า เปลือกพายประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับทำพายขนาดเล็กค่ะ

วิธีทำพายประเภทเกล็ดยาว  ไขมันที่ผสมลงไปกับแป้งจะยังคงเป็นก้อน ๆ อยู่ เมื่อเรานำไขมันไปเกลี่ยให้เข้ากับแป้ง พอหลังจากที่เราเติมน้ำแล้วแป้งจะมีลักษณะไม่เรียบ เราจะต้องนำไปวางบนโต๊ะแล้วรีดค่ะ

.

การรีดจะทำให้เปลือกของพาย เป็นเกล็ดบาง ๆ ของไขมัน ซึ่งจะทำให้เปลือกพาย มีความกรอบอร่อยนั้นเองค่ะ


3. เปลือกพายเกล็ดสั้น จะมีลักษณะที่ผสมผสานกันระหว่างเปลือกพายประเภทแรกแบบร่วนและเปลือกพายประเภทที่สองแบบเกล็ดยาว

.

ซึ่งเปลือกพายเกล็ดสั้น ก็เหมือนการนำลักษณะของเปลือกพายทั้ง 2 แบบมารวมกัน กลายเป็นเปลือกพายเกล็ดสั้น 

.

การผสมของพายเกล็ดสั้น จะมีส่วนที่คล้ายกับเปลือกพายแบบร่อน แต่จะแตกต่างกันตรงที่แป้ง ไขมัน ถูกเกลี่ยให้เข้ากันจนเป็นเม็ดเล็ก ๆ เหมือนกับพายเกล็ดยาว จากนั้นจึงนำมารีดพับไปพับมา หลายชั้น ทำให้เกิดชั้นของพายค่ะ


.

เปลือกพายที่อบก่อนบรรจุไส้ จะเป็นเปลือกพายชนิดเปิดโชว์หน้า โชว์ไส้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะนำเปลือกพายเข้าอบ เราต้องแน่ใจว่า ได้ไล่อากาศออกไปหมดเรียบร้อยแล้ว เพราะถ้าหากว่าเราไล่อากาศออกไม่หมด เวลาที่เราอบพาย อากาศที่ก้นของพิมพ์ ที่ได้รับความร้อนก็จะขยายตัวพองขึ้น แล้วดันให้เปลือกของพายนูนขึ้น 

.

สำหรับไส้ที่ใช้กับพายแบบโชว์หน้า ก็ต้องเป็นไส้ที่ทำสุกแล้วเท่านั้นนะคะ และที่สำคัญไส้นั้นควรจะต้องทิ้งไว้ให้เย็นสนิท ก่อนที่จะนำมาใส่ในเปลือกพายที่อบสุกแล้ว เพราะถ้าหากไส้ยังร้อน หรืออุ่นอยู่ จะทำให้มีความชื้นของไอน้ำอยู่ในไส้ ทำให้แป้งพายไม่กรอบเท่าที่ควรค่ะ


เปลือกพายที่อบไปพร้อมกับไส้ขนม จะเป็นประเภทเปลือกพายคู่ คือมีแป้งชิ้นหนึ่งสำหรับรองถาดเพื่อบรรจุไส้ อีกชิ้นหนึ่งปิดบนไส้ที่บรรจุ โดยจะอบไส้ที่บรรจุไปพร้อมกับเปลือกพายดิบ 

.

การที่ต้องมีเปลือกพายปิดหน้า ก็เพื่อไม่ให้ไส้แห้ง หรือ สุกมากเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ไส้เปลี่ยนสี ทำให้พายไม่น่ารับประทานด้วยค่ะ

เปลือกพายที่อบพร้อมไส้ที่มีลักษณะเหลว 

..

พายชนิดนี้จะเป็นพายหน้าเปิด ไส้ที่ใช้จะมีลักษณะเหลว  ซึ่งมักมีปัญหาเกี่ยวกับเปลือกพาย ที่อบแล้วไม่สุกและแฉะอยู่เสมอ ส่วนผสมของเปลือกพาย จึงไม่ควรมีไขมันมากเกินไปนัก ให้ใช้ไขมันประมาณ 50 % ก็พอค่ะ  และเวลาที่เราผสมแป้งกับไขมัน ก็ควรนวดจนแป้งเนียนแล้วจึงค่อยเติมน้ำเย็นลงไปผสม การที่ก้อนแป้งมีไขมันน้อยและใช้น้ำเย็นเติมจะช่วยทำให้แห้งเร็วขึ้น เวลาใส่ไส้เปลือกพายจะได้ไม่แฉะค่ะ

.

การอบพาย โดยทั่ว ๆ ไป จะใช้อุณหภูมิในการอบที่ 400- 435 F  หรือ 200-220 องศาเซลเซียส ในการอบพายในระยะแรก ซึ่งต้องใช้ความร้อนที่สูงมากพอที่จะช่วยทำให้ความชื้นที่มีอยู่ในตัวแป้งและเนยเดือดจนกลายเป็นไอน้ำ แล้วยังช่วยทำให้ชั้นของแป้งและเนยนับร้อย ๆ ชั้น ที่จะดันตัวขึ้นมา ทำให้เกิดเป็นชั้นบาง ๆ  กลูเต็นที่มีอยู่ในตัวของแป้งจะขยายตัวด้วยแรงดันของไอน้ำ และจะเก็บไอน้ำไว้ เมื่อยังคงได้รับความร้อนจากเตาอบอยู่ ความกรอบเป็นแผ่นชั้นบาง ๆ ของขนมจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลูเต็นแข็งตัวก็จะได้โครงสร้างของขนมที่แข็งแรง มีคุณสมบัติเป็นแผ่นบาง และ กรอบ  ถ้าเตาอบอุณหภูมิต่ำเกินไป กลูเต็นก็จะแห้ง ไม่ขยายตัว ทำให้พายของเรามีปริมาตรเล็ก หนัก ไม่โปร่งเบา หรือถ้าอบร้อนมากเกินไป ก็จะทำให้ผิวนอกของพายแข็งตัวเร็วเกินไป ทำให้แป้งพายไม่ขยายตัวฟูเป็นชั้น ปริมาตรของขนมที่ได้ ก็จะมีขนาดที่เล็กเกินไป ไม่ได้มาตราฐาน และความอร่อยตามที่ควรจะเป็น  

อืมมมมมม  ..มีผู้อ่านท่านใดรู้สึกเหมือนผู้เขียนไหมค่ะว่า ...

การทำพายได้ ทำพายเป็น ทำพายได้อร่อย จึงเป็นเหมือนการทดสอบความเป็นมืออาชีพของสายเบเกอรี่ดี ๆ นี่เองค่ะ 😉😉

.

มาตามดูการอบพายกันต่อนะคะ เมื่อเราสังเกตเห็นว่าแป้งพองตัวเต็มที่แล้ว เราจะลดอุณหภูมิลงให้อยู่ประมาณ 300- องศาฟาเรนไฮต์ เพื่อให้แป้งพายอยู่ตัว และได้สีเหลืองทองที่กรอบภายนอกแต่นุ่มภายใน ถ้าสีของพายได้ตามความต้องการของเราเรียบร้อยแล้ว แต่ตัวของพายยังไม่กรอบอยู่ทรง เราสามารถใช้ฟอยล์ปิดด้านหน้าของขนม เพื่อไม่ให้พายเกิดสีที่เข้มมากขึ้น และอบต่อจนกระทั่งขนมของเราสุกได้ค่ะ

.

วิธีการทำเปลือกพายชั้น ใช้ส่วนผสมเพียงไม่กี่ชนิด มีแป้งเอนกประสงค์ แป้งขนมปัง น้ำ น้ำตาลทราย เกลือ มาการีน หรือเนยสด จากนั้นผสมให้เข้ากัน โดยนวดด้วยมือ หรือเครื่องหัวตีตะขอ พักคลุมพลาสติกให้แป้งคลายตัว เพื่อป้องกันผิวของแป้งแตกแห้ง
จากนั้นจึงนำเพสตรี้มาการีนซึ่งใช้ สำหรับพับทบชั้น มาวางบนแผ่นแป้งที่ได้ที่แล้ว จากนั้นจึงทำการพับทบชั้นหลาย ๆ ทบ 

วัตถุดิบที่ใช้ทำพาย

แป้งที่เหมาะสำหรับทำพายจะต้องมีโปรตีนประมาณ 9 – 10 % ส่วนแป้งที่มีโปรตีนสูงไม่เหมาะสำหรับทำพายเพราะแป้งชนิดนี้จะดูดน้ำได้เร็ว และยังจับตัวเป็นกลูเต็นมาก ทำให้เปลือกพายเหนียว แข็ง และไม่อร่อยค่ะ

ส่วนแป้งที่มีโปรตีนต่ำ เช่น แป้งเค้กก็ไม่เหมาะที่จะนำมาทำพาย เช่นเดียวกัน เพราะแป้งเค้กไม่สามารถดูดน้ำได้เร็วพอ จะทำให้โดแฉะและเหนียวเหนอะหนะ ทำให้ได้พายที่ไม่มีคุณภาพ

.

แป้งสาลีที่ใช้ในการทำพาย ก็ไม่ควรเป็นแป้งขนมปังทั้งหมด เพราะมีกลูเต็นสูงเกินไป แป้งที่เหมาะในการทำพาย ควรมีโปรตีนไม่เกิน  9-10 % เท่านั้น  ถ้าเราไม่มีแป้งชนิดนี้ เราสามารถใช้แป้งเค้ก กับ แป้งขนมปัง ผสมกันในอัตราส่วน 60:40 แทนก็ได้ค่ะ 

.

แป้งชนิดที่มีกลูเต็นที่มีคุณภาพ มีการขยายตัวที่ดี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการทำพาย เพราะมีผลต่อการรีดพับแป้งโดได้หลาย ๆ ครั้ง ทำให้ได้พายชั้นที่กรอบอร่อย

.

ไขมัน ที่ใช้ในการทำพาย ปกติใช้ได้หลายชนิด และที่นิยมกันคือเนยขาว หรือ ผสมเนยสดลงไปด้วยประมาณ 30-50 % แต่ถ้าจะให้อร่อยมากขึ้นควรใช้เป็นเนยสดเพียงอย่างเดียว เพราะจะช่วยให้ได้กลิ่นและได้สัมผัสรสชาติของ พาย ที่ดีกว่าไขมันแบบอื่น ๆ  หรือถ้าเราไม่มีไขมันอื่น ๆ เลย เราก็ยังสามารถใช้มาการีนเป็นตัวเลือกอีกทางหนึ่งได้เช่นกันค่ะ 

.

สำหรับไขมันที่นำมาวางในแผ่นโด เพื่อให้เกิดชั้น ควรเป็นไขมันที่มีจุดหลอมเหลวสูง ทนต่อการรีดพับแผ่นแป้งโดได้หลาย ๆ ครั้งโดยไม่ไหลเยิ้ม ไขมันชนิดนี้เรียกว่า เพรสตรี้มาการีนค่ะ

.

น้ำ นิยมใช้น้ำเย็นเป็นส่วนผสม เพราะน้ำเย็นจะช่วยทำให้ไขมันอยู่ตัว และน้ำเย็นจัดยังช่วยให้เม็ดไขมันอยู่ในสภาพแข็ง ป้องกันการเปียกแฉะของแป้งโด ทำให้เกิดโครงสร้างของชั้นพายด้วยค่ะ

..

เกลือ ให้เราใช้ในระดับประมาณ 1.5-2 % ของน้ำหนักแป้งทั้งหมด และควรละลายเกลือกับน้ำก่อนทุกครั้ง เพื่อกระจายน้ำผสมเกลือให้ทั่วแป้งโดเวลานวด ถ้าเราใส่เกลือโดยไม่ละลายน้ำก่อน เกลืออาจจะกระจายไม่ดี และไปไม่ทั่วแป้งได้ค่ะ

..

เอาละคะ ผู้เขียนเชื่อว่า ถ้าผู้อ่าน ตั้งใจอ่านกันมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว ทุกท่านก็คงได้รู้จัก น้องพาย กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

ในโอกาสต่อไป ผู้เขียนจะนำสูตรและวิธีการทำพายมาฝากค่ะ  แล้วพบกันใหม่นะคะ 

รักผู้อ่านทุ๊กกกกกก  คนคร่าาา 💝💝  

บายยยย 😉😉

💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛💛

เกี่ยวกับผู้เขียน

writer

นันท์ณิศา  มณีประดิษฐ์

TigaZa .... 

i'm Nannisa 😙😉

.

ผู้เขียนได้ตกหลุมรัก และหลงใหลได้ปลื้มกับการทำขนม อาหารและเครื่องดื่มทุกประเภทจากทั่วโลก 

อีกทั้งเป็นคนชอบคิดชอบเขียนและนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับทุกคนบนโลกมนุษย์ตามสไตล์ของตัวเองค่ะ











ความคิดเห็น

  1. ขอบคุณความรู้เรื่องพายค่ะ น่ากินมากกกกก

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูล

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณมากครับ...รู้เรื่อง พาย มากขึ้นจากบทความนี้เลยครับ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มนต์เสน่ห์ของแมววิเชียรมาศ ... ที่คุณคาดไม่ถึง

เรื่องน่ารู้ของแป้งสาลี ... ที่คนเบเกอรี่ ควรต้องรู้

ประโยชน์ของน้ำตาลนั้นสำคัญไม่น้อยต่อร่างกายมนุษย์