เล่าขานตำนานขนมเปี๊ยะ ตำนานที่สอง by TigaZa


หลังจากที่หลาย ๆ ท่านได้รู้จักตำนานเรื่องเล่าขานของขนมเปี๊ยะ จากตำนานแรกกันไปเรียบร้อยแล้ว

วันนี้TigaZa  จะได้นำพาทุก ๆ ท่านไปรู้จักกับเรื่องเล่าของขนมเปี๊ยะ ตามตำนานของคนจีนที่ได้เล่าสู่กันฟัง มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน 
....
เป็นอีกหนึ่งตำนานเล็ก ๆ ที่สร้างคุณค่าให้กับขนมเปี๊ยะอย่างไม่รู้จบกันทีเดียวค่ะ 😊😊
...
หลายท่านอยากรู้กันแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าตำนานของขนมเปี๊ยะเรื่องนี้มีผู้คนในอดีตเขาเล่ามาว่าอย่างไร .... 

ไปค่ะ ไปรับรู้ตำนานขนมเปี๊ยะด้วยกันเลยดีกว่าค่ะ
..
....
ตำนานของขนมเปี๊ยะเรื่องที่สอง  
ว่ากันตามตำนานตามท้องเรื่อง ที่เขาเล่าสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น จวบจนมาถึงปัจจุบัน

โดยเนื้อเรื่องของตำนานก็มีอยู่ว่า ...
...
คนจีน มักมีคำกล่าวว่า...

" ตราบใดที่ขุนเขายังอยู่  เราไม่ต้องกลัวจะไร้ฟืน " 
คนเราก็เช่นกัน ถ้าหากยังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถพลิกร้ายให้กลายเป็นดีได้ในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน ” 
....
.....

มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนจีนจากแผนดินใหญ่ เขาแต่งงานแล้ว  ตัวเขาและภรรยามีลูกด้วยกันหลายคน 

ในอดีตที่เมืองจีน มักจะนิยมมีลูกมาก ๆ ด้วยเหตุผลว่าจะได้มีลูก ๆ มาช่วยกันทำงานในไร่ ในนา เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาแรงของพ่อแม่นั้นเอง

และเหตุผลที่สำคัญต่อมา ก็เพราะครอบครัวของเขามีฐานะที่ยากจน ทำให้เขาไม่มีเงินพอที่จะจ้างคนมาช่วยงานได้ จึงจำเป็นต้องมีลูกเพื่อมาช่วยงานของทางบ้าน
....

ครอบครัวของเขามีอาชีพทำนา ทำไร่ อยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญของจีนแผ่นดินใหญ่มาก ๆ
  
เมื่อครั้งที่ลูกยังเล็ก ๆ การทำไร่ ทำนา ของเขาและภรรยา ก็เหลือพอได้กินได้เก็บไว้ใช้สำหรับครอบครัวของเขาอยู่บ้าง 

แต่พอหลายปีที่ผ่านมา...
ด้วยธรรมชาติและฝนฟ้า ที่ไม่เป็นใจให้กับการทำเกษตรกรรมของครอบครัวเขาเลย
ทำให้การทำไร่ ทำนาของครอบครัวเขามีปัญหา  

จากที่เคยทำไร่ ทำนา อย่างพอมีพอกิน
ก็กลายเป็นว่าแทบไม่เหลือผลผลิตที่พอจะเลี้ยงคนในครอบครัวของเขาได้เลย 
ครั้นเขาจะโทษดิน ฟ้า อากาศ ที่ทำให้เกิดความยากลำบากในการประกอบอาชีพของเขา ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ธรรมชาติก็คือธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของมนุษย์...

นับวันลูก ๆ ของเขาก็เจริญเติบโตมากขึ้น
แม้ลูก ๆ จะช่วยผ่อนแรงได้บ้าง แต่ความยากจนก็ไม่เคยห่างหายไปจากครอบครัวของเขา

ในที่สุดเขาจึงปรึกษาหารือกับภรรยาและลูก ๆ ทุกคนในครอบครัวว่า...

ตัวของเขาเองจะออกไปทำงานหาเงิน แล้วส่งกลับมาให้ครอบครัวได้เก็บไว้ใช้จ่าย 
ส่วนภรรยาและลูก ๆ ก็ขอให้ทำไร่ ทำนาต่อไป 

ตัวเขาจะเข้าไปหางานทำในเมืองกวางโจว ซึ่งเป็นทางเลือก และ ทางรอดที่จะช่วยทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น 

ตัวเขาเองถ้าจะให้เฝ้ารอเพียงแค่โชคชะตา รอฟ้า รอฝน อย่างเดียวต่อไปอีก ครอบครัวคงลำบากมากไปกว่านี้

แม้ทุกคนในครอบครัวจะไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับความคิดของเขาเลยสักคน 

ภรรยาเขารู้ว่า การต้องไปทำงานไกลบ้าน มันเป็นเรื่องที่ไม่น่ารื่นรมย์เลย เป็นการแบกภาระ การทำงานที่หนักมาก ไหนจะขาดคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอีก 
ทุกคนในครอบครัวไม่อยากเห็นเขาต้องทำงานหนักโดยลำพัง

แต่... ด้วยความอดอยากและความยากจนของครอบครัวเป็นเหตุ   
ทำให้ทุกคนรู้ซึ้งถึง คำว่าไม่มี ... 
ว่ามันเป็นยังไง ...

ทำให้ทุกคนต้องตัดใจยอมให้เขาออกไปหางานทำที่เมืองกวางโจวแทนการอยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ ของคนทั้งครอบครัว

และด้วยความที่หมู่บ้านของเขายังอยู่ในดินแดนอันไกลโพล้และอยู่ในพื้นที่อันห่างไกลจากความเจริญ ต้องขึ้นเขาลงห้วย และยังเป็นพื้นที่ ที่ทุรกันดารมาก ๆ  

การที่จะเดินทางไป หรือแม้แต่การที่จะเดินทางกลับ ก็เป็นเรื่องที่แสนจะยากลำบาก ทำให้การที่เขาจะได้กลับบ้านบ่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่เกินกำลังของเขามาก  

เขาจึงทุ่มเท และตั้งใจทำงาน โดยแทบจะไม่มีวันหยุดพัก ด้วยเพราะเขารักและนึกถึงครอบครัว ที่จะได้กินดีอยู่ดีในวันที่เขาได้นำเงินทองพร้อมข้าวของกับบ้าน เขาได้ทำงาน และส่งเงินกลับบ้านตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่เมืองกวางโจว

ตัวเขาทั้งขยัน ประหยัดและพยายามทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุด
ด้วยความคิด ความหวัง และ เพื่อที่ทุกคนในครอบครัวของเขาจะได้ไม่ต้องลำบาก ได้มีโอกาสกินดี อยู่ดี เหมือนครอบครัวอื่น ๆ บ้าง

หลายปีผ่านไป เมื่อเขาทำงานได้เงินมากพอ เขาจึงตั้งใจว่าจะกลับไปเยี่ยมภรรยาและครอบครัวของเขาที่บ้าน
และก่อนที่เขาจะกลับบ้าน เขาได้ส่งข่าวบอกให้ภรรยาและสมาชิกในครอบครัวได้รับรู้ว่าเขากำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านแล้วนะ

ภรรยาและลูก ๆ ของเขาเมื่อรู้ข่าว  ต่างก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ ที่สามีและผู้เป็นพ่อจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านแล้ว  ภรรยาจึงตั้งใจทำขนมเปี๊ยะไว้รอต้อนรับสามี อย่างมีความสุข

และเมื่อสามีกลับมาถึงบ้าน เขาได้กินขนมเปี๊ยะที่ภรรยาทำไว้รอ  เมื่อเขาได้ลิ้มรสขนมเปี๊ยะ ก็เกิดติดใจในรสชาติ จึงได้ขอให้ภรรยา ทำขนมเปี๊ยะสำหรับนำกลับไปฝากเจ้านายและเพื่อน ๆ ในที่ทำงานของเขาด้วย 

หลังจากที่เจ้านายและเพื่อน ๆ ของเขาได้ลิ้มรสชาติที่กลมกล่อม ละมุน ละไมของขนมเปี๊ยะ ที่ทำจากฝีมือของภรรยาของเขาแล้ว ก็เกิดติดอกติดใจ ในความอร่อยเลิศของขนมเปี๊ยะ 
และทุกคนที่ได้กินต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ..
ขนมเปี๊ยะที่ภรรยาของเขาทำมานั้น ....

"มันช่างเป็นขนมที่วิเศษมาก เป็นขนมที่อร่อยที่สุดบนโลกนี้...  "

แล้วคำพูดจากปากต่อปาก ทำให้เกิดการเล่าขานต่อ ๆ กันไปทั่วเมืองกวางโจว ว่าขนมเปี๊ยะของภรรยาเขา  เป็นขนมที่อัดแน่นไปด้วยความรัก ความคิดถึง รวมถึงความหวังและความปรารถนาดี ที่เป็นส่วนผสมหลักในการทำขนมได้อร่อยมาก
จนได้ชื่อขนมในตอนนั้นว่า ...

“เตี่ยจิวเหล่าผ่อเปี๊ยะ” 

.....
..

เมื่อรวมทั้ง 2 ตำนานนี้เข้าด้วยกัน  คือ ...
"ขนมเปี๊ยะ" หรือ "ผั่วเปี้ย"
ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของความรัก ความกตัญญูที่ลูกชายและลูกสะใภ้ มีต่อบุพการี ในตำนานแรก

และ....
"เตี่ยจิวเหล่าผ่อเปี๊ยะ"
เป็นตำนานที่เล่าถึงความรัก ความคิดถึง ตลอดจนความเอื้ออาทร และความห่วงหาอาทรระหว่างสามี ภรรยา ที่มีต่อกันได้อย่างลงตัว ในตำนานที่สอง 

"ขนมเปี๊ยะ"  จึงเป็นขนมมงคลที่คนจีนนิยม
ใช้ในงานมงคลมาอย่างยาวนาน ทั้งงานหมั้น งานแต่งงาน หรือเป็นของขวัญ ของฝาก รวมไปถึงการเซ่นไหว้บรรพบุรุษนั่นเองค่ะ
...
.
..
ก็รู้จักตำนานและที่ไปที่มาของ ขนมเปี๊ยะ กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ
ถ้ามีเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย เพิ่มเติ่มเกี่ยวกับขนมเปี๊ยะ
TigaZa จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกค่ะ

ด้วยความรักและปรารถนาดีจากใจ 💖
TigaZa ....
i'm Nannisa ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มนต์เสน่ห์ของแมววิเชียรมาศ ... ที่คุณคาดไม่ถึง

เรื่องน่ารู้ของแป้งสาลี ... ที่คนเบเกอรี่ ควรต้องรู้

ประโยชน์ของน้ำตาลนั้นสำคัญไม่น้อยต่อร่างกายมนุษย์