การเก็บรักษาไส้ขนมยังไงให้ใช้ได้นาน ๆ 😊

ไส้ขนม ... เป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ขนม มีความหลากหลายและแตกต่างกัน 
มีไส้ขนมหลายอย่างที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแล้วยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นไส้ไก่ ไส้หมูแดง ไส้กระเพรา ไส้สับปะรด ไส้เผือก ไส้ชาเขียว ไส้ถั่วทอง ไส้มันม่วง และอีกนานาไส้

เพราะฉะนั้นขนมจะอร่อยหรือไม่อร่อย จึงอยู่ที่ไส้ของขนมเป็นส่วนประกอบหลัก

ไส้ของขนม... แต่ละประเภท ก็แตกต่างกันออกไปตามสไตล์ของตัวขนม การทำไส้ก็มีวิธีการที่ไม่เหมือนกัน สูตรของแต่ละบ้าน ก็เป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะบ้านใครบ้านมันอีกต่างหาก

ไส้ขนม จึงถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักที่สำคัญของการทำขนมเลยก็ว่าได้ค่ะ

 
นอกจากการทำไส้ของขนมเป็นแล้ว สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งของการทำขนม คือถ้าเรารู้จักวิธียืดอายุของไส้ขนมและรู้จักการเก็บรักษาไส้ขนมเป็น ก็เท่ากับว่า กระบวนการทำขนมทั้งหมดนั้นคือง่ายนิดเดียว ทั้งช่วยลดต้นทุน และเป็นแหล่งผลิตอยู่ในตัวเอง

เราสามารถที่จะควบคุมกระบวนการทำขนมทั้งหมดให้อยู่ในมือเราได้ ถ้าหากเรามีไส้ขนมที่อร่อยเป็นพิเศษ ขนมของเราก็จะมีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติและสไตล์เป็นของตัวเอง  ที่ความใหม่ สด หอมอร่อย เป็นความแตกต่างที่ลงตัวและไม่เหมือนใครนั้นเองค่ะ

วันนี้TigaZa มีเคล็ดไม่ลับในการเก็บรักษาไส้ขนมมาฝากทุกท่านค่ะ


การเก็บรักษาไส้ให้มีความใหม่ สด และสามารถใช้ได้นานหลาย ๆ วันนั้น มีวิธีเก็บรักษาไส้ด้วยกันหลายวิธี 
 
ถ้าหากว่าเรามีความจำเป็น ที่จะต้องเตรียมไส้เอาไว้ก่อน หรือต้องการทำไส้ในสต็อคเพื่อผ่อนแรง และลดขั้นตอนการทำขนมให้มีกระบวนการในการทำงานให้น้อยที่สุด และจะได้มีเวลาในการจัดเตรียมวัตถุดิบอื่น ๆ ในคราวเดียวมาก ๆ  
เราก็มีวิธีที่สามารถทำไส้เก็บเป็นสต๊อคไว้ใช้ได้นาน ๆ  โดยสามารถทำตามวิธีนี้ได้เลยค่ะ


สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ วัตถุดิบที่นำมาทำไส้ทุกอย่าง ทั้ง หมู ไก่ เนื้อ มัน เผือก ฟักทอง และทุกอย่างที่นำมาทำไส้ เราจะต้องล้างและทำให้ทุกอย่างสะอาดก่อนนำมาผัดหรือกวนไส้ทุกครั้ง

สอง .. เมื่อเราผัดหรือกวนไส้ขนมจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องใจเย็น ๆ และต้องรอจนไส้ขนมเย็นสนิทเสียก่อน จึงค่อยทำการเก็บ แพ๊ค ไส้ขนมของเราให้เรียบร้อย เพื่อยืดอายุไส้ขนมของเราให้นานที่สุด 
 
สาม ... เราไม่ควรเก็บไส้ขนม ที่ผัดสุกแล้วในภาชนะที่มีโพรงอากาศ เพราะจะทำให้เกิดเป็นหยดน้ำ ทำให้ไส้ขนมของเราเสียได้ง่ายขึ้น
 
สำหรับการเก็บใส่ถุงพลาสติก เวลาใส่ไส้ขนมที่ผัดเรียบร้อยแล้ว เราไม่ควรมัดด้วยหนังสติ๊กและทำให้ถุงพอง เพราะจะทำให้เกิดโพรงอากาศได้ง่าย  

เราควรแผ่ไส้ให้เป็นแผ่นเรียบ ๆ อัดแน่นรีดให้เสมอกัน แล้วพับปากถุงเรียงให้แนบเนื้อไส้ให้มากที่สุด และเก็บเป็นชั้น ๆ เพราะจะช่วยทำให้ง่าย และสะดวกต่อการเก็บรักษา ทำให้มีพื้นที่จัดเก็บในตู้เย็นมากขึ้นด้วยค่ะ 

ถ้าเราเก็บไส้ขนมไว้ในตู้เย็น ที่อุณหภูมิธรรมดาในตู้เย็นเราก็ไม่ควรเก็บไส้นานเกินกว่า 7 วัน 
แต่ถ้าว่าเราหากเก็บไส้ไว้ในช่องแช่แข็ง ก็จะสามารถเก็บได้นานถึง 15 วัน 
แล้วเวลาที่เราต้องการจะใช้ ก็ให้เอาไส้ขนมออกมาวางในตู้เย็นที่ช่องปกติเพื่อคลายความเย็น ก่อนใช้เสมอค่ะ


สำหรับการเก็บใส่กล่องพลาสติก ก็ให้ใส่ไส้จนเต็มกล่อง และพยายามอย่าให้มีพื้นที่ว่างในกล่อง เพราะจะทำให้เกิดไอน้ำได้
เวลานำไส้เข้าตู้เย็น หรือ ถ้าไส้ขนมเหลือไม่เต็มกล่องจริง ๆ เราก็ต้องหาพลาสติคแรฟคลุมไส้ให้มิดชิด ไม่ให้มีอากาศเข้า โดยแรฟให้ติดแนบไปกับเนื้อของไส้ขนม 
จากนั้นนำไส้เข้าแช่ช่องปกติในตู้เย็นก็จะเก็บได้นาน 7 วัน หรือถ้าเก็บในช่องแช่แข็งก็ไม่ควรเก็บเกิน 15 วัน  แล้วเวลาที่เราจะใช้ไส้ขนม ก็ให้นำไส้ออกมาคลายเย็นในช่องเย็นธรรมดาหรือวางไว้นอกตู้เย็น จนไส้อ่อนตัวแล้วค่อยนำมาใช้ค่ะ

ปัญหาของไส้ขนมที่เกิดการบูด หรือ รสชาติเปลี่ยนไป ก่อนเวลาอันควร 

สาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจาก ถ้าเป็นไส้ผลไม้ เช่น มัน เผือก ฟักทอง ก็อาจเป็นเพราะว่าเราล้างเผือก มัน ฟักทอง ต่าง ๆ ยังไม่สะอาดดีพอ หรือ อาจล้างไม่หมดยางและเมือกของเผือก มัน จึงทำให้ไส้ขนมเสียได้เร็วยิ่งขึ้น 

ถ้าเป็นพวกไส้ หมู ไก่ เนื้อ ปลา สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ไส้เสียเร็ว เป็นเพราะเราผัดไส้ขนมได้ไม่แห้งพอ หรือเก็บไส้ในขณะที่ยังอุ่น ๆ ทำให้เกิดมีไอน้ำเกาะและหยดลงมาผสมกับไส้ ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย จนทำให้ไส้ขนมของเราเสียได้ง่าย ๆ ก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ 

เมื่อรู้วิธีการเก็บรักษาไส้ แล้วก็ลุยทำขนมกันเลยคร่าา

แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด TigaZaขอแนะนำว่า  เราควรที่จะทำไส้ให้สดและใหม่ทุกครั้ง จะดีกว่าทำไส้ค้างไว้หลาย ๆ วันค่ะ 😊😉

ขนมทำได้ง่ายนิดเดียวถ้าเราใส่ใจมากพอ ❤❤

แล้วพบกันใหม่กับบทความต่อไปค่ะ .... บาย 👋👋

ผู้เขียน
TigaZa .....
i'm Nannisa .....

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มนต์เสน่ห์ของแมววิเชียรมาศ ... ที่คุณคาดไม่ถึง

เรื่องน่ารู้ของแป้งสาลี ... ที่คนเบเกอรี่ ควรต้องรู้

ประโยชน์ของน้ำตาลนั้นสำคัญไม่น้อยต่อร่างกายมนุษย์