เที่ยววัดมอญ ที่มีตำนานมากว่า ๓๐๐ ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการ
#วัดสร่างโศก : สะสมเสบียง ซ่องสุมผู้คน
และต่อเรือศึก
เอ๊ะ !! ทำไมวัดแห่งนี้จึงได้รับการกล่าวขานแบบนี้ล่ะ Fc. อยากรู้กันบ้างไหมเอ่ย ??
แท่น แท้น แทนนนน ตาม TigaZa มาเลยค่ะ
TigaZa อยากเล่ามากกกกกก .... ตามมาค่ะ 😊😊
ณ หมู่บ้านแห่งนี้ .. มีวัดเก่าแก่อายุมากกว่า ๓๐๐ ปี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในชุมชน เป็นวัดที่สร้างจากไม้สัก ที่มีความวิจิตร แลงดงามตามศิลปะของมอญที่หาดูได้ยากยิ่งนัก วัดนี้มีชื่อว่า.. วัดสร่างโศก
เดิมตั้งแต่เริ่มสร้างวัด คนในชุมชนเรียกขานนามวัดว่า “วัดมอญ” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เรียกกันว่า วัดสร่างโศก อ่านว่า วัด-ส่าง-โสก ค่ะ
คำว่า “สร่างโศก” สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการตั้งชื่อ
หลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกู้ชาติได้แล้วนั้นเองค่ะ
ที่ตั้งของวัดมอญ หรือ วัดสร่างโศก
ตั้งอยู่ติดกับริมน้ำ ใกล้กับปากคลองที่จะลงสู่ทะเล
ไปทางทะเลอ่าวไทย และสามารถเดินทางโดยทางเรือไปได้อีกหลายจังหวัด
ตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษที่กล่าวขานกันมายาวนาน จากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งตำนานประวัติดั้งเดิมของทางวัดสร่างโศก
ทำให้ทราบที่มาของวัดสร่างโศกว่า ...
มีความสำคัญในยุคประวัติศาสตร์ มากมายเพียงไร
ที่วัดแห่งนี้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านทรงเคยมาประทับแรมที่นี่ ในบริเวณวัดก็มีพระบรมราชานุสรณ์ของพระองค์ ที่สร้างขึ้นโดยเจ้าอาวาสวัดองค์ก่อน ที่สิ้นบุญไปแล้ว
เมื่อTigaZa จบภาระกิจที่ได้มาให้ความรู้ด้านการทำอาหารและขนม ให้กับชาวบ้านในชุมชนคลองด่านเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นโอกาสอันดี ที่จะได้มาเที่ยวชมของดี ๆ ของเมืองคลองด่านกันต่อ
ด้วยความอนุเคราะห์จากพี่ ๆ เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลคลองด่าน TigaZaและคณะทำงานก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้พาพวกเรามาเยี่ยมชมของดี ของอำเภอคลองด่าน เป็นอย่างยิ่งค่ะ 🙏
วัดสร่างโศก เป็นวัดมอญ ที่ยังคงรักษาศิลปะที่งดงามของชนชาวมอญ ได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบมาก ๆ วัดหนึ่งในประเทศไทยเลยค่ะ
TigaZa ก็เลยอยากขอนำเรื่องราวสวย ๆ และดีงามต่อหัวใจมาฝาก ทุก ๆ ท่าน และในโอกาสเดียวกันนี้ ก็อยากจะขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกันสมทบทุนทรัพย์ เพื่อทำนุบำรุงวัดแห่งนี้ให้อยู่คู่กับศาสนาพุทธต่อไปอีกนานแสนนานด้วยค่ะ
ศิลปะดั้งเดิมของชาวมอญ ที่ยังดูโดดเด่นสวยงาม
จากประวัติศาสตร์ของชุมชน ที่ได้มีการเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ...
เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทรงล่องเรือมาจากอยุธยา โดยล่องมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูน้ำหลาก และได้ล่องผ่านหน้าวัดมะกอก ในตอนใกล้รุ่ง
และพระองค์ทรงตั้งใจไว้ว่า จะตั้งกรุงใหม่แถววัดมะกอก ถ้าชนะศึกพม่าได้
ภายหลังเมื่อพระองค์ ทรงชนะศึกสงครามกับพม่าได้ พระองค์ก็ทรงตั้งราชธานีแห่งใหม่ที่แถววัดมะกอกและได้เปลี่ยนชื่อวัดมะกอก เป็นวัดแจ้ง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "วัดอรุณราชวราราม "ในปัจจุบัน
และเมื่อเรือของพระองค์ ทรงแล่นต่อไปจนมาถึงคลองด่าน ซึ่งเป็นชุมชนคนจีนและคนมอญ ที่มีอาชีพเป็นชาวประมงเกือบทั้งชุมชน
ส่วนหนึ่งของชาวคลองด่าน นอกจากเป็นชาวมอญแล้ว ก็มีคนจีนอาศัยอยู่ร่วมกัน ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในคลองด่าน อพยพมาจากเกาะหน่ำโปยจิว ที่อยู่ทางตอนใต้ของจีน และมีอาชีพหลักคือทำประมงและปลูกผักเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผักกาดขาว เมล็ดพันธุ์ของผักกาดขาว จากเมืองนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมาก
แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างเจี๋ยไต๋..ก็ใช้เมล็ดพันธุ์จากเกาะหน่ำโปยจิวเช่นกัน
ผู้คนในชุมชนคลองด่านในยุคสมัยนั้น ล้วนเป็นนักเดินเรือที่เก่งมาก เพราะมีวิถีการดำเนินชีวิตอยู่ติดริมน้ำ มีอาชีพหลักเป็นชาวประมงที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ถ่ายทอดความรู้ทางด้านเรือจากรุ่นสู่รุ่น เป็นผู้รู้ทิศทางลม ทิศทางเดินเรือ และมีประสบการณ์การออกเรือหาปลาอย่างช่ำชองมาก พวกเขาออกไปหาปู หาปลา หาหอย หากุ้ง จากทั่วทุกสารทิศ เพื่อการดำรงค์ชีพ
และคลองด่านยังเป็นชัยภูมิ ที่เหมาะที่จะมาต่อเรือด้วย เนื่องจากเรือที่ "พระเจ้าตาก" นำทัพมานั้นเป็นเรือขนาดเล็ก ไม่เหมาะที่จะนำออกทะเล และเดินทางไกลจนไปถึงจันทบุรีได้
ประการสำคัญไม้ต่อเรือที่คลองด่าน ก็มีความสมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมมากสำหรับการต่อเรือขนาดใหญ่
เรือใหม่ของ "พระเจ้าตาก" ที่ใหญ่มากพอที่จะบรรจุนายทหารหลายร้อยนาย ที่ต้องออกเดินทางไกลในทะเล
จึงถือกำเนิดขึ้นที่คลองด่าน – ตามประวัติศาสตร์ปากต่อปากของบรรพชนรุ่นต่อรุ่น สู่ตำนานเล่าขานที่ภาคภูมิใจของคนในชุมชน มาอย่างยาวนาน
นอกจากมีชาวประมงผู้รักชาติแล้ว
การสะสมเสบียงอาหารจากคลองด่านก็ง่ายกว่า เพราะเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์มากอยู่แล้ว
จึงมีคำกล่าวในประวัติชุมชนว่า.....
“สะสมเสบียง ซ่องสุมผู้คน และต่อเรือศึกจากคลองด่าน ”
โดยมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ ว่ามีชาวบ้านจากชุมชนชื่อ “นายมา จากคลองด่าน” เป็นหนึ่งในผู้ร่วมกู้ชาติ 500 คน ที่ได้ออกไปร่วมรบกับ "พระเจ้าตาก" ในครั้งนั้นด้วย
ศาลา ๒๐๐ ปี หลังนี้ ที่สร้างมานาน ก็ทรุดโทรมมากแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ของวัด TigaZa คิดว่าถ้าทางกรมศิลปากรช่วยเข้ามาดูแล ก็จะสามารถต่อเติมให้เหมือนหรือคล้ายของเดิมได้มากกว่าช่างชาวบ้านธรรมดาแน่นอน และที่สำคัญยังสามารถทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย
นี่เป็นเหตุผลที่TigaZa ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันสมทบทุนทรัพย์ คนละเล็กคนละน้อยเพื่อทำนุบำรุงวัดแห่งนี้ให้อยู่คู่กับประเทศไทยต่อไปนาน ๆ ค่ะ
เรื่องราวที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เล่าต่อ ๆ กันมา อาจมีบางส่วนต่อเติมเพิ่มแต่งบางส่วนบ้าง แต่โดยเนื้อหาหลักก็ต้องมีส่วนจริงผสมปนอยู่ด้วย .....
โดยเฉพาะการเกี่ยวข้องระหว่าง
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กับ ชาวคลองด่าน
ในปัจจุบันนี้ คลองด่านก็ยังคงสภาพ
การเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ แห่งหนึ่งของประเทศไทย
และด้วยการดำเนินชีวิต ตามวิถีดั้งเดิมของคนในชุมชนที่ยังคงความเข็มแข็ง และยึดแบบอย่างของบรรพบุรุษ ที่มีอาชีพการทำประมงแบบมืออาชีพ
TigaZa ขอแนะนำให้ทุกท่านมาเที่ยววัดมอญแห่งนี้กันนะคะ แล้วจะได้สัมผัสถึงความเงียบสงบที่เรียบง่าย รับประกันความสวยงามที่หาชมได้ยากมากแล้วค่ะ
แล้วพบกันใหม่ในทริปต่อไปนะคะ ...
บอกเล่าเรื่องราวจาก...ชาวบ้าน
เรียบเรียงโดย ... TigaZa
ถ่ายภาพโดย ... TigaZa
.... สมชาย อิ่มชู
น่าเที่ยวน้อง
ตอบลบสวย ๆ ทั้งนั้นเลยน่าไปจัง
ตอบลบ