คุณคิดว่า...คุณรู้จักอัลมอนด์ ดีแค่ไหน ???


คุณคิดว่า...คุณรู้จักเมล็ดอัลมอนด์

ดีแค่ไหน กันเอ่ย ???  


แล้วอัลมอนด์ กินแบบไหนถึงได้ประโยชน์กันนร้า ??

กินอัลมอนด์แบบไหนล่ะถึงจะปลอดภัย ?

และอัลมอนด์สายพันธุ์ไหนกินแล้วอันตราย !! ??

             ขอบคุณภาพจาก Liana  Cole

โว้ววววว ...  เรื่องของเมล็ดอัลมอนด์ ยังมีความน่าสนใจใคร่รู้ อยู่มิใช่น้อยเลยนะเนี่ย 


งั้นเราไปทำความรู้จักและไขข้อความลับของเมล็ดอัลมอนด์กันเลยดีกว่าค่ะ

           ขอบคุณภาพจาก davide  dutto

อัลมอนด์มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ...

1.อัลมอนด์ชนิดหวาน เจ้าอัลมอนด์ชนิดหวานจะมีรูปร่างลักษณะที่เป็นที่คุ้นหน้า คุ้นตาของคนไทยเป็นอย่างดี  เพราะเป็นอัลมอนด์ ที่คนส่วนใหญ่รู้จักและได้ลิ้มรสกันมาอย่างยาวนาน ทั้งยังหาซื้อได้ง่าย ก็ตามที่เราเห็นมีขายอยู่ทั่ว ๆ ไปนั้นแหละค่ะ 

เจ้าอัลมอนด์ชนิดหวาน  เรามักนิยมนำไปคั่ว ไปอบ นำไปแช่น้ำ แล้วนำมากินเล่น ๆ  เพลิน ๆ ได้ทุกที ทุกเวลา 

การกินอัลมอนด์เป็นประจำแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ทั้งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยบำรุงประสาท ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย และยังแก้เหงาปากได้ดีไม่น้อยทีเดียวค่ะ

เมล็ดอัลมอนด์หวาน สามารถใส่ได้ทั้งเมนูคาวและเมนูหวานเลยค่ะ 

       ขอบคุณภาพจาก Lenmons+Anchovies

ถ้าเป็นประเภทสายหวาน สายเบเกอรี่ก็มีคนนิยมนำอัลมอนด์หวานไปเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยให้ขนมด้วยเช่นกันค่ะ

          ขอบคุณภาพจากเพจ Easy  Cooking

ส่วนสายสุขภาพก็นำไปทำน้ำนมอัลมอนด์ และใช้ทำอาหารจะเป็นอาหารคลีนหรือไม่คลีนก็ได้ตามใจชอบเลยค่ะ

เมื่ออัลมอนด์หวานไปผสมอยู่ในเมนูสายหวานทั้งเค้กและคุกกี้  ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่า เพิ่มราคาให้กับเค้ก คุกกี้ให้ดูแพง และยังเพิ่มดีกรีความอร่อยให้เบเกอรี่ได้เลิศค่ามากมายทีเดียวค่ะ 

เจ้าอัลมอนด์หวาน สามารถหาซื้อได้ง่าย มีขายที่ บิ๊กซี แมคโคร โลตัส และตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่ว ๆ ไปเลยค่ะ

ผลของอัลมอนด์หวาน สามารถกินแบบดิบ ๆ ได้เลย และนอกจากนั้นอัลมอนด์หวาน ยังสามารถนำเอาเมล็ดดิบมาใช้ทำเป็นนมอัลมอนด์ ซึ่งจะมีรสชาติหอม มัน อร่อย รสชาติแตกต่างไปจากนมชนิดอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ


2.อัลมอนด์ชนิดขม ในส่วนของอัลมอนด์ชนิดขมตัวนี้ ลักษณะเมล็ดของอัลมอนด์ขมจะสั้น ๆ ลักษณะรูปร่างของเมล็ดอัลมอนด์ขมจะดูแตกต่างจากอัลมอนด์หวานที่เม็ดจะที่มีลักษณะเรียว ๆ  แต่อัลมอนด์ขมจะเป็นเม็ดสั้น ๆ ดูคล้ายหัวใจ ♥ 💖

ข้อสำคัญที่เราทุกคนควรรู้ไว้ก่อนกินอัลมอนด์ คือ อัลมอนด์ชนิดขม จะไม่สามารถนำมารับประทานแบบดิบได้เลย เพราะเมล็ดของอัลมอนด์ขม “เป็นพิษ” มีสาร Hydrocyanic acid (Prussic acid) และ Hydrogen cyanide อยู่ในอัลมอนด์ขม 

          ขอบคุณภาพจาก Gardendr's Path

เราจึงต้องต้มเมล็ดอัลมอนด์ขมให้สุกก่อนทุกครั้ง เมื่อต้มสุก เสร็จเรียบร้อยแล้ว อัลมอนด์ขมจะมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งกลิ่นจะคล้าย ๆ กับกลิ่นของนมแมว หรือ กลิ่นไซยาไนด์ ซึ่งสารทั้งสองชนิดเป็นพิษต่อร่างกายของคน และหากมีผู้ใด เผลอรับประทานอัลมอนด์ชนิดขมแบบดิบ ๆ เข้าไปเพียงแค่ 1 ออนซ์  ก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายได้แล้วค่ะ ในบางประเทศการขายเมล็ดอัลมอนด์ขมดิบ ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่

           ขอบคุณภาพจาก Super Health Kids

แต่ในด้านดีของอัลมอนด์ขม คือมีสรรพคุณเด่น ๆ ที่ช่วยบำรุงปอด และ ไต ชาวจีนจึงมักนิยมเอาอัลมอนด์ขมมาต้มทำยาเพื่อบำรุงร่างกายนั้นเองค่ะ

ในบ้านเราอัลมอนด์ขมก็ยังพอหาซื้อได้ ไม่ยากนักเพราะไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเหมือนบางประเทศ  อัลมอนด์ขม ยังคงมีขายที่ร้านขายยาจีนใหญ่ ๆ ในแต่ละจังหวัด แต่ถ้าในกรุงเทพฯ ก็มีขายในร้านยาจีนแถว ๆ “เยาวราช” นี่เองค่ะ 

คำแนะนำในการกินอัลมอนด์ชนิดหวาน

เมล็ดอัลมอนด์หวาน  ควรนำมาแช่น้ำก่อนกิน จะช่วยให้ย่อยได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเด็กและผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป 

.

วิธีการทำ ก็คือเพียงนำเมล็ดอัลมอนด์หวานไปแช่ในน้ำสะอาด แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นก็นำมารับประทานได้ โดยจะอบ คั่ว ทอด ก็สามารถทำได้ตามที่ชอบ หรือถ้าจะทำเป็นนมอัลมอนด์ ก็นำมาปั่นรวมกับน้ำแล้วกรองแยกเอากากออกก็จะได้นมอัลมอนด์แล้วค่ะ

อัลมอนด์แช่น้ำมีประโยชน์กว่า ก็เป็นเพราะว่าปกติในเปลือกสีน้ำตาลที่หุ้มของเมล็ดอัลมอนด์จะมีสารยับยั้งไม่ให้มีการปลดปล่อยเอ็นไซม์ เพื่อไม่ให้เมล็ดอัลมอนด์งอกออกมาเป็นต้น หลังจากแช่น้ำแล้วสารอาหารในอัลมอนด์จะเพิ่มขึ้น เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ เหมือนกับที่เวลาเมล็ดได้รับน้ำหรือความชุ่มชื้น ขบวนการทางเคมีภายในเมล็ดจะเปลี่ยนแปลงทำให้เมล็ดพืชงอกออกมาเป็นต้น ร่างกายของเราก็จะย่อย และดูดซึมเอาสารอาหารที่ประโยชน์เหล่านั้นไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แถมเนื้ออัลมอนด์จะนิ่ม และเคี้ยวง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ


แล้วเราจะกินอัลมอนด์อย่างไร 🌰🌰

ให้ได้ทั้งประโยชน์และสารอาหารแบบครบถ้วน ?

ขอบคุณภาพจาก Sarah Jane (Tha Fit Cookie)

ประโยชน์ของอัลมอนด์ดีต่อสุขภาพอย่างไรนั้น ได้มีการพิสูจน์ให้เห็นในงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นแล้วค่ะ

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ควรรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนผู้ที่คาดหวังคุณประโยชน์ทางสุขภาพจากอัลมอนด์ ควรเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม ควรรับประทานอัลมอนด์วันละประมาณ 1 กำมือเท่านั้น หรือไม่เกิน 24 เมล็ด 

ไม่ควรบริโภคอัลมอนด์มากเกินไป เพื่อให้ได้รับพลังงาน กรดไขมันไม่อิ่มตัว เส้นใยอาหาร และโปรตีน ในปริมาณที่เหมาะสมและส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของตัวเราเอง

เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหรือทำจากอัลมอนด์ เช่น นมอัลมอนด์ โยเกิร์ตผสมอัลมอนด์  กาแฟ โรยอัลมอนด์ในอาหารเช้าซีเรียล พาสต้า หรือ ใส่อัลมอนด์สับในข้าว หรืออาหารผัดน้ำมันน้อยเพื่อเพิ่มการขบเคี้ยว และเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร

          ขอบคุณภาพจาก Life Made Keto

วิธีแช่เมล็ดอัลมอนด์หวาน

ใส่เมล็ดอัลมอนด์ 1 ถ้วยตวง 

ใส่น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง 

** แช่ทิ้งไว้ข้ามคืน **

หรือจะแช่ไว้อย่างน้อยประมาณ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยค่ะ เมื่อแช่น้ำจนครบเวลา  วันถัดมาให้รินน้ำที่แช่อัลมอนด์ทิ้งทั้งหมด แลัวผึ่งอัลมอนด์ให้สะเด็ดน้ำ เมื่อแห้งดีแล้วค่อยนำอัลมอนด์ไปใส่ในกระปุกหรือถุงพลาสติก แล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น ซึ่งวิธีเก็บแบบนี้จะสามารถเก็บอัลมอนด์ไว้รับประทานได้เป็นอาทิตย์ อีกทั้งเมล็ดอัลมอนด์ที่กำลังงอกจะนิ่มและมีรสชาติที่หวานขึ้นด้วยค่ะ

ส่วนวิธีทำน้ำนมอัลมอนด์ก็ตามนี้เลยค่ะ

เตรียมวัตถุดิบดังนี้

• อัลมอนด์ดิบ 450 กรัม

• น้ำเปล่า 2500 ml. (ต้องเป็นน้ำสะอาดหรือน้ำกรอง หรือ ใช้น้ำต้มสุกเท่านั้นค่ะ)  

• น้ำตาลหญ้าหวาน 45 กรัม หรือ น้ำตาลทราย 90 กรัม

• กลิ่นวนิลา 2-3 ช้อนชา 

• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

หากท่านใดนิยมความหวาน จะหวานมาก หวานน้อย สามารถปรับได้เองตามที่ชอบเลยนะคะ 

วิธีทำนมอัลมอนด์

เอาเม็ดอัลมอนด์ใส่ในชาม แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 5 -6 รอบ ล้างจนน้ำใสสะอาด และใส่น้ำจนท่วมเม็ดอัลมอนด์ แช่ทิ้งไว้ 1 คืน หรือแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 - 12 ชั่วโมง หลังจากแช่จนครบเวลาแล้วให้ล้างทำความสะอาดเม็ดอัลมอนด์อีกครั้งนึง ก่อนเอามาปั่นเป็นนมนะคะ

ลองทำดูนะคะ 😉😙

เรื่องราวดี ๆ ของเมล็ดอัลมอนด์ยังมีอีกเยอะมากมาย ในโอกาสต่อไปผู้เขียนจะเอามาเคล็ดลับดี ๆ และสิ่งที่เราสามารถรังสรรค์ให้เป็นเมนูใหม่ ๆ เพื่อทุกคนจะได้ทำกินเองได้แบบนี้มาฝากผู้อ่านทุกท่านค่ะ  

สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อนค่ะ   รักคนอ่านทุ๊กกกกคน 

.....  จุ๊บบบบบ 😘😍🥰



🙏ขอขอบคุณภาพประกอบสวย ๆ  บางส่วนจาก Pinterest

💛ภาพบางส่วนถ่ายโดยผู้เขียน


ผู้เขียน

TigaZa .... 

i'm Nannisa 😉



ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มนต์เสน่ห์ของแมววิเชียรมาศ ... ที่คุณคาดไม่ถึง

เรื่องน่ารู้ของแป้งสาลี ... ที่คนเบเกอรี่ ควรต้องรู้

ประโยชน์ของน้ำตาลนั้นสำคัญไม่น้อยต่อร่างกายมนุษย์